แท็กซี่จิตอาสา กับ แพทย์หญิง รองผู้อำนวยการ รพ. นี่แหละ บุพเพสันนิวาสของจริง

“ความรัก” เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคน เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าความรักของเราจะเกิดกับใคร อายุเท่าไหร่ หรือทำอาชีพอะไร ดั่งเรื่องราวความรักที่เรานำมาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้ เป็นความรักของ “แท็กซี่จิต อ า ส า ” กับ “แพทย์หญิง รองผู้อำนวยการ รพ.”

แน่นอนว่าทั้งหลายคนนั้นอาจกำลังตั้งความ ส ง สั ย ว่าทำไมสองคนนี้มาพบรักกันได้อย่างไร เรามาหาคำตอบพร้อมกันเลยดีกว่า

แท็กซี่จิต อ า ส า นั่นก็คือ “คุณสุวรรณฉัตร พรหมชาติ” บอกเลยว่าถึงแม้จะเป็นแท็กซี่จิต อ า ส า แต่เขาก็กลายเป็นฮีโร่ของผู้ ป่ ว ย และคนพิการและก็มีคนจำนวน ม า ก ต่างสนใจในเรื่องราวของผู้ชายคนนี้รวมถึงภรร ย า คู่ บุ ญ ของเขานั่นก็คือ “พญ.จำเนียร พรหมชาติ” หรือ “คุณหมอจำเนียร” นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ รพ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

โดยทุกวันเสาร์อาทิตย์ พญ.จำเนียร พรหมชาติ กับ สุวรรณฉัตร พรหมชาติ จะไม่อยู่กันที่ศูนย์ฝึกงานไม้ศิษย์เอกตำบลศาลา ย า อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยทั้งคู่จะมา ช่ ว ย กันทำโต๊ะเก้าอี้เพื่อนำไป แ จ ก จ่ า ย ให้กับโรง เ รี ย น ในท้องถิ่นทุรกันดารแบบฟรีๆ และโรง เ รี ย น ไหนที่ ข า ด แคลนโต๊ะเก้าอี้ก็จะนำเก้าอี้เหล่านี้ไปให้กับโรง เ รี ย น ที่ ข า ด แคลน

โดยคุณหมอจำเนียรได้เล่าให้ฟังว่าทั้งสองคนนั้นก็อายุไม่น้อยแล้ว ผ่านการมีครอบครัวกัน ม า ก ่อนทั้งคู่ และคิดว่าอาจจะไป ช่ ว ย ของจังหวะชีวิตซึ่งทั้งคู่ก็ได้ผ่านอะไรมา ม า ก มาย ความรักของทั้งคู่ก็ไม่ใช่ความรักที่หวือหวาซึ่งถ้าหากใครถามว่า

คุณหมอจำเนียรมารู้จักกับคุณสุวรรณชาติได้อย่างไรนั่นก็เป็นเพราะว่าคุณหมอจำเนียรได้เคยทำงานจิต อ า ส า ที่เดียวกัน และติดตามคุณสุวรรณชาดอยู่ตลอดเวลาบน Facebook ที่เกี่ยวกับการ ช่ ว ย เหลือผู้ ป่ ว ย และผู้พิการ แล้วคุณหมอจำเนียรก็จึงหาข้อมูลว่าบุคคลคนนี้ได้เข้า ช่ ว ย เหลือสังคมจริงหรือไม่

ติดตามดูไปเรื่อยๆ แล้วก็ได้เห็นว่าเขา ช่ ว ย จริงๆ จึงทำให้คุณหมอจำเนียรอ ย า กจะเข้าร่วมทำ บุ ญ ช่ ว ย ให้เขามีกำลังใจในการทำความดีต่อไปจึงได้โทรศัพท์ไปบอกว่าเดี๋ยวจะ ช่ ว ย ค่าโทรศัพท์เดือนละ 500 นะซึ่งนั่นก็ไก่เป็นจุดเริ่มต้นที่ตั้ง 2 คนได้รู้จักกัน

หลังจากนั้นมาทั้งสองก็ได้มา ช่ ว ย งาน บุ ญ กันเรื่อยๆ คุณหมอจำเนียรก็คิดว่านอกจากจะ ช่ ว ย ค่าโทรศัพท์แล้วจะ ช่ ว ย เหลืออะไรคุณสุวรรณฉัตรต่อดี แล้วก็ตั้งชุดคิดว่าตัวเองเป็นแพทย์เวลาที่เห็นเขาอุ้มผู้ ป่ ว ย ที่พิการนอนติดเตียง และต้องใช้เครื่อง ช่ ว ย หายใจซึ่งบางทีคนไข้ก็จะไม่รู้เลยว่าสิ่งของตัวเองนั้นสามารถเช็คสิทธิ์เบี้ยพิการได้คนละ 800 บาทต่อเดือน และลูกหลานนั้นก็สามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้

ดังนั้นทางคุณหมอจำเนียรจึงได้เข้ามา ช่ ว ย คุณสุวรรณฉัตรคอยทำงานในเรื่องการต่อยอดทำงานให้กับผู้ ป่ ว ย โดยสร้างให้มีความสะดวกและรวดเร็ว ม า ก ยิ่งขึ้น

โดยครั้งแรกที่คุณหมอจำเนียรได้เห็นคนสุพรรณชาติก็เห็นว่าเขาเป็นคนดูใจดี โดยไม่ได้สนใจนะว่าคนๆ นี้เป็นคนขับรถแท็กซี่ ไม่ได้มองที่อาชีพหรือเงินทอนมองที่การกระทำเพราะไม่ว่าสาขาอาชีพอะไรก็รู้แต่เป็นคนดีและก็มีคนไม่ดีสะสมปนกันไปอยู่ทั้งนั้น

โดยทั้งคู่ก็ใช้เวลาศึกษาดูใจกันประมาณสัก 1 ปีก่อนที่จะตกลงใช้ชีวิตคู่ร่วมกันแล้วก็จดทะ เ บี ย น สมรสด้วยกันมาประมาณ 2-3 ปีแล้วโดยทั้งคู่ก็ ช่ ว ย เหลือกันอยู่ตลอดเวลา และทั้งคู่ก็ต่างครับใจในความดีของทั้งสองคน

“กว่าเรา 2 คนจะมาถึงวันนี้ได้ก็ต้องต่อสู่กับสายตาของผู้คนรอบข้าง สังคม หรือแม้กระทั้งคนใกล้ตัว ญาติ พี่น้อง ที่เขาไม่เห็นเห็นด้วย ซึ่งถ้าเรามั่นใจในตัวเขา เราเลือกเขา หากไปฟังจากคนนั้นคนนี้ก็คงไม่มีมาถึงวันนี้ เรามั่นใจเพราะเราศึกษาเขามาแล้วและมั่นใจว่าเขาเป็นคนที่ดูแลเราได้

และเป็นกำลังใจให้กันได้ไปจนกว่าจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน เราไม่ต้องไปสนใจในคำพูดเขาหรือคำพูดของใคร เพราะมันจะเป็นการทำลายจิตใจเรา แต่ในมุมกลับกันมีคนที่ติดตามคุณเดี่ยวกลับชื่นชม และเป็นกำลังใจให้เรา แต่ทุกวันนี้ทุกฝ่ายยอมรับเราแล้วทั้งผู้คนรอบข้าง ญาติ พี่น้อง” พญ.จำเนียร กล่าว

การที่จะอยู่ด้วยกัน สุขหรือทุกข์เรา 2 คนคือคนที่จะรับรู้ ไม่ใช่ว่าเรามาออกสื่อแล้วรักกัน พอกลับไปบ้านแล้วทะเลาะกันมันไม่ใช่ เพราะหากเราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข เราไม่ต้องไปบอกให้ใครเขารู้หรอก เพราะทุกวันนี้เราอยู่ด้วยกัน และมีความสุขดี

นอกจากนี้คุณหมอจำเนียรยังบอกอีกว่าสำหรับการทำจิต อ า ส า คุณสุวรรณฉัตรไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการทำจิต อ า ส า ของตนเพราะคุณหมอจำเนียรเป็นคนชอบทำงานจิต อ า ส า อยู่แล้วตั้งแต่สมัยตอน เ รี ย น แพทย์อยู่ที่มหาวิท ย า ลัยเชียงใหม่เมื่อได้ ม า ก ับคุณพบเจอกับคุณสุวรรณฉัตร ก็ให้ทำความรู้สึกว่าความทรงจำเก่าๆ ได้หวนกลับคืนมา นั้นเอง

“หากจะเรามองคนหรือดูคนอย่าไปมองที่อาชีพหรือหน้าตา ฐานะ หรือรายได้ ให้ดูสิ่งที่เขาทำว่าทำอะไร และให้คนอื่นเดือดร้อนหรือไม่ ทุกคนสามารถทำสิ่งดีๆ ให้กับครอบครัว สังคมได้ เราเริ่มจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เช่น ขับรถให้มีน้ำใจต่อกัน เป็นต้น

ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่น คนเป็นหมอได้เงินเป็นล้านเป็นแสนไม่ต้องไปสนใจ เพราะเราทำตรงนี้แล้วเรามีความสุข เพียงแค่ออกใบอนุญาตให้คน ป่ ว ย เพียงใบเดียวผู้ ป่ ว ย ก็ดีใจ ม า ก แล้ว” พญ.จำเนียร พรหมชาติ กล่าวทิ้งท้าย

คราวนี้มาดูทางด้านของคุณสุวรรณฉัตรกันบ้างดีกว่าว่าเขาจะพูดถึง ความรักของตัวเองที่มีต่อภรร ย า อย่างไรบ้าง

โดยคุณสุวรรณฉัตรได้บอกว่าก่อนที่จะมาพบกับคุณหมอจำเนียรก็มีสาวใหญ่ที่มีฐานะหลายคนต่างเข้ามาติดต่อสนใจในตัวเขาเป็นอย่าง ม า ก บางคนก็บอกว่ามีสมบัติ แต่ไม่มีคนมาสืบทอดอ ย า กจะให้มาอยู่ด้วยพ ย า ย า มเสนอนั่นนี่ และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้พ ย า ย า มให้คุณสุวรรณฉัตรเลิศจากการทำงานจิต อ า ส า และไปอยู่ด้วยกันแต่คุณสุวรรณฉัตรก็เลือกที่จะทำงานจิต อ า ส า ม า ก กว่าเพราะไม่สามารถทิ้งตรงนี้ได้

แต่กลับกันคุณหมอจำเนียรกับกลายเป็นเหมือนคู่ บุ ญ ที่ร่วมทำ บุ ญ กับเขามาโดยตลอด ซึ่งอาจจะเป็นโชคชะตาที่ทำให้ทั้งสองนั้นอาจจะมาพบกันเนื้อเรื่องของการทำจิต อ า ส า ด้วยจิตใจและด้วยความ ช่ ว ย เหลือก็ทำให้ทั้งสองคนได้มาอยู่ด้วยกันและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยตรงนี้เองจึงเกิดความใกล้ชิดซึ่งกันและกันและทำให้มองเห็นความดีของกันและกัน

“จิตใจของคุณหมอสูงส่ง ม า ก ที่ยอมลดระดับความเป็นหมอและเสียสละลงมาคบหากับคนที่มีวุฒิแค่เพียง ป.2 และก็ขับแท็กซี่อย่างผม เนื่องจากสังคมส่วนใหญ่มักจะมองคนขับแท๊กซี่ในแง่ลบ

แต่ทั้งนี้ผมก็มองว่าคนที่จะมาอยู่กับเราได้ก็ต้องเป็นคนที่เสียสละส่วนตัวทั้งรายได้ เงิน ทอง ทุกอย่างเลย ซึ่งคุณหมอก็ยอมลดตัวลงมาเพื่อที่จะมาใช้ชีวิตกับผม ผมรู้สึกว่าคนแบบนี้หา ย า กมา ถึงอายุเราจะต่างกัน 8-9 ปี มันก็เป็นแค่ตัวเลข แต่สำคัญ คือ ความดี”

โดยในตอนแรกคุณสุวรรณฉัตรก็บอกว่าลูกของหมอแทบจะไม่เคยเปิดใจรับตัวเขาเลยเพราะกลัวว่าตัวเขาจะไปเกาะแม่เขากิน แต่วันหนึ่งเมื่อลูกของคุณหมอรู้เรื่องราว ม า ก ขึ้นกลับกลายเป็นว่า ลูกๆ กลับมาทำงานจิต อ า ส า ด้วย ถึงเวลาก็จะไปบริจาคเก้าอี้กับเด็กๆ ชนบทอีกด้วย

“เมื่อคุณหมอเข้ามาในชีวิตผม นอกจากจะ ช่ ว ย ผู้ ป่ ว ย และคนพิการทั่วไปแล้ว ยังได้ ช่ ว ย เหลือคุณพ่อผมที่มีปัญหาเรื่องดวงตามองไม่เห็นข้างหนึ่ง เนื่องจากทำงานแล้วเศษอิฐกระเด็นเข้าไป แต่เขาไม่ทราบนึกว่าตาบอดเพราะว่าอายุ ม า ก แล้ว คุณหมอจึงส่งเรื่องไปให้แพทย์ที่จังหวัดพัทลุงดูให้ ตอนนี้พ่อผมตามองเห็นแล้ว ไปไหนมาไหนได้สบาย

นี่คือสิ่งที่ทำให้เราทั้งสองใช้ชิวิตคู่กันมาอย่างมีความสุข และเราทั้งสองก้จะทำงานจิต อ า ส า ต่อไป” สุวรรณฉัตร พรหมชาติ แท๊กซี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *